หัดวาดสีน้ำเริ่มจากอะไรดี?

หัดวาดสีน้ำเริ่มจากอะไรดี?

พูดถึงเริ่มหัดวาดสีน้ำควรจะเริ่มจากอะไรดีล่ะนี่?

    คงเป็นคำถามยอดฮิตของคนที่เริ่มฝึกสีน้ำ เพราะอุปกรณ์ที่ใช้วาดภาพนั้นสำคัญกว่าที่เราคิด ถ้าไม่มีอุปกรณ์ต่อให้ฝีมือเก่งแค่ไหนก็คงวาดรูปไม่ได้ ดังนั้นเราจะพาไปเจาะลึกอุปกรณ์สำหรับสีน้ำเบื้องต้นสำหรับมือใหม่หัดวาดกัน 


แนะนำอุปกรณ์เบื้องต้น

กระดาษ

CMsBQFlUkAEkC9b

มีให้เลือกเยอะมากมาย หลากหลาย texture

มีทั้งแบบ กระดาษ และแบบใยผ้าฝ้าย ยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ของใยผ้าฝ้าย (Cotton) มากแค่ไหน ยิ่งเข้าใกล้แก่นแท้ของความแพงมากเท่านั้น การเลือกกระดาษให้เหมาะกับสไตล์งานนั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวเลย คือต้องลองเองเท่านั้น

ส่วนกระดาษสีน้ำสำหรับคนที่เพิ่งหัดลงสีน้ำ ขอแนะนำให้เริ่มจากตัวนี้

600687
Canson Fine Face 300 gsm.

  • ปกรูปบอลลูนแดงบนพื้นดำ เขียนประกอบว่าหนา 300 แกรม
  • มีอีกแบบคือปกสีน้ำเงินที่เป็น 100 ปอนด์ อย่าหยิบมาผิดละ
  • เท็กเจอร์กระดาษเหมาะมือสำหรับคนที่เริ่มฝึก
  • มีความหนา อุ้มน้ำได้พอประมาณ สีแห้งช้าพอประมาณ อัพสเตตัสเป็นค่ากลางทั้งหมด ลงสวยๆ ก็ได้ ไว้หัดลงก็ได้ ราคาไม่แพงเท่าที่ควร 12แผ่น / 200 บาท
  • สถานที่ขาย: B2S  , BeTrend พาราก้อน, สมใจ, สหกรณ์ตามโรงเรียนช่างศิลป์และมหาวิทยาลัยที่มีคณะศิลปะ

 


2015-02-26-10.11.29

Renaissance Watercolour Pad 200 gsm.

  • ปกเป็นสีฟ้าหรือสีเทา มี 2 รุ่น คุณภาพใกล้เคียงกัน
  • ด้วยความที่ราคาถู๊กถูก ยังไม่เหยียบร้อย ทำให้เป็นกระดาษที่เหมาะกับการหัดใช้ลงมาก ลงแล้วเสียก็ไม่เสียดาย
  • หนานิดหน่อย งอง่าย ไม่เหมาะกับการลงเปียกซ้ำๆ
  • เมื่อลงเสร็จ สีจะดร็อปความสดลงไปประมาณ 30%
  • เก็บไว้นานๆ จะยิ่งดร็อปลงไปอีก เพราะฉะนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้กระดาษยี่ห้อนี้กับงานจริงจังนะ
  • พอเริ่มคุมสีได้ค่อยอัพไปแบรนด์ที่แพงกว่านี้ก็ยังได้
  • สถานที่ขาย: น่าจะทุกที่ที่มีเครื่องเขียนขาย เป็นแบรนด์เด็กซึ่งหาง่ายมากๆ

 

pb048

 

Campap Watercolor Painting 300 gsm.

  • ปกยาว เล่มใหญ่ มี 12 หน้า สีเหลือง มีดอกไม้ข้างบน
  • เนื้อกระดาษดีถึงดีมากๆ เอาไว้ลงจริงจังก็ได้ หรือไว้ฝึกฝนก็ได้เช่นกัน แต่ช่วงแรกจะใช้ยากเล็กน้อย
  • ราคา 195 บาท  ถือว่าคุ้มมากๆ ทีเดียว แต่ที่ไม่ค่อยแนะนำให้ใครเพราะหาซื้อยากนี่แหละ
  • สถานที่ขาย สยามมาร์เก็ตติ้ง ยังไม่เคยเห็นที่อื่นนะ

หลังจากผ่านพื้นฐานไปแล้วอยากขยับไปหัดลงกับยี่ห้อไหนรุ่นไหนก็ตามสบายเลย

 


สีน้ำ

สีน้ำมี 2 แบบใหญ่ๆ ที่มักจะเห็นกันบ่อยๆ ดังภาพที่เห็นด้านบน

  • หลอด (Tube) : สีหลอดทั่วไป เลือกสีได้ตามที่ต้องการ นิสัยแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ
  • กล่อง (Pan) : มักจะรวมสีที่เขาคัดมาแล้วในแต่ละยี่ห้อ บางยี่ห้อขายกล่องเปล่าให้ไปซื้อแป้นสีข้างในมาใส่เองได้ เหมาะสำหรับขาเอาท์ดอร์ที่ชอบพกไปวาดนอกบ้าน คุณสมบัติส่วนใหญ่ไม่ต่างจากสีหลอด

ยี่ห้อที่หาซื้อได้ง่ายในไทย ราคาพอเอื้อมถึงสำหรับคนเริ่มลง

  • Winsor & Newton’s Cotman  
  • Van Gogh 
  • Sennelier  <<สำหรับคนที่มีทุนทรัพย์ กระเป๋าหนัก และอยากเล่นเกรดอาร์ตติสต์ ตั้งแต่เริ่ม

 

โทนสีที่แนะนำให้มีสำหรับผู้เริ่มแรกเล่นสีน้ำ

แม่สี : น้ำเงิน แดง เหลือง สีละ1หลอดก็พอ

  • ให้เลือกน้ำเงินที่ชอบ อาจเป็น indigo หรือ azure หรือnavy ก็ได้ 
  • อย่างสีแดงก็มีให้เลือกหลายแดง อย่าง carmine / crimson /red
  • เหลือง เช่น chrome / lemon yellow 

สีคู่ผสมข้ามของแม่สี: ค่อนข้างจำเป็นต้องมี คือผสมเองก็ได้ แต่แน่นอนว่าผสมเองจะขุ่นมัวไม่สดใสเท่าโทนที่เขาผสมมาให้แล้ว สีผสมนี้จะช่วยเรื่องแสงเงาและการตัดอารมณ์ของโทน

  • เขียว : เกิดจากน้ำเงิน+เหลือง  ค่อนข้างจำเป็นในการลงต้นไม้และการเพิ่มโทนเย็นที่กลมกลืนให้กับภาพ
  • ส้ม: เกิดจากแดง+เหลือง ทำหน้าที่ให้แสงนวล เป็นกาวเชื่อมสีต่างๆ ได้มากมาย เป็นต้นสีในการลงภาพ portrait การวาดภาพคน
  • ม่วง: เกิดจากน้ำเงิน + แดง ทำหน้าที่เป็นเงาที่ดีให้กับภาพ อย่างเราใช้สีม่วงแทนสีดำในภาพไปเลย

สีที่เกิดจากแม่สีทั้งสามผสมกัน : สีน้ำตาล  เป็นตัวแทนของสีในธรรมชาติ กาวเชื่อมเงาภาพ เป็นเงาร่วมกับสีม่วงและน้ำเงิน

สรุปแล้วในการซื้อสีครั้งแรก มีแค่ 7 สีนี้ก็พอแล้ว ส่วนสีดำกับสีขาวไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

10

 

สถานที่ขาย: B2S , BeTrend พาราก้อน, สมใจ, สหกรณ์ตามโรงเรียนช่างศิลป์และมหาวิทยาลัยที่มีคณะศิลปะ

ราคาสีน้ำต่อหลอดนั้นค่อนข้างสูง เริ่มที่ 60 บาทเป็นต้นไป

 


พู่กัน

18

พู่กันแบบเริ่มต้น ยี่ห้อไหนก็ได้ทั้งนั้น ถ้าเอาให้ดีก็ซื้อเท่าที่มีกำลังทรัพย์จะซื้อได้ ไม่ต้องงกขนาดแท่งละ 5 บาท จำไว้ว่าพู่กันที่ดีไม่ใช่เพียงแค่จะอยู่กับเราไปนานๆ แต่ยังช่วยให้คุณตวัดสี อุ้มน้ำได้ดังใจมากขึ้น พู่กันถูกมากๆ มักไม่ค่อยมีความสามารถในการเก็บขอบหรือสร้างtexture ในแบบที่เราต้องการ

เริ่มแรกอาจจะซื้อไว้ 3 ไซส์

  • เล็กจิ๋วไว้ลงดีเทล
  • กลางไว้ระบายตามพื้นที่ในกรอบ
  • ใหญ่ไว้ลงแบคกราวด์และฉาบน้ำในขั้นตอนลงสีพื้น

เบอร์ของพู่กันแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันไป เช่นพู่กัน #1 ด้ามแดงของ Seikai อาจเป็นเบอร์ 3 ของแบรนด์อื่น

อาจเริ่มต้นที่เบอร์ #3 #5 และ #12 ในการเริ่มหัดวาด จากนั้นเมื่ออยากลงรายละเอียดมากๆ ค่อยซื้อเบอร์ #0 #1  และเบอร์ใหญ่กว่านั้น

พู่กันเริ่มต้นราคาไม่กี่สิบบาท ซึ่งเมื่อใช้ไปสักพักจะเริ่มมีความอยากใช้ของแพงอันละ 5,000

พู่กันราคาถูกไม่ต้องดูแลรักษามาก แค่เช็ดให้แห้งเป็นใช้ได้

ส่วนของแพงจะเริ่มมีวัสดุที่ทำจากขนสัตว์เช่นหางกระรอกที่อุ้มน้ำและจำเป็นต้องการการดูแลรักษาที่ดี

สถานที่ขาย: B2S , BeTrend พาราก้อน, สมใจ, สหกรณ์ตามโรงเรียนช่างศิลป์และมหาวิทยาลัยที่มีคณะศิลปะ

 


อื่นๆ

24

  • จานสี: เลือกที่มีฝาปิดกันฝุ่นลง ไม่ต้องล้างตลอดกาล สีที่แห้งกรังคาถาดในวันนี้ สามารถใช้การ์ดชุบชีวิตด้วยน้ำเปล่าได้ในวันหน้า
  • กระป๋องใส่น้ำ: นี่ก็มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบพับได้ ยืดหดได้ หนึ่งรู สองสามรูด หรือจะเป็นอุปกรณ์รีไซเคิล จากแก้วน้ำแปรงฟัน หรือแก้วกาแฟก็ได้
  • นิตโต้เทป (Nitto) : *มีหรือไม่มีก็ได้* หน้าตาเหมือนสก๊อตเทปขุ่น มองเข้าไปข้างในวงจะมีเขียนว่า Nittotape ด้วยฟอนท์สีน้ำเงิน ใช้ยืดกระดาษให้ติดกับกระดาน
  • กระดานขึงกระดาษ: *มีหรือไม่มีก็ได้*  มีขายทั่วไปตามร้านเครื่องเขียนเหมาะสำหรับคนที่ชอบติดขึงกระดาษมากๆ

ของเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตาม B2S ศึกษาภัณท์และร้านเครื่องเขียนใกล้บ้านท่าน


 

มีครบเท่านี้ ก็พอแล้วล่ะ

สำหรับผู้เริ่มต้น ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องซื้อทุกสี ทุกเฉดทีละมากๆ หรอก การเลือกสีน้ำเริ่มต้นก็คล้ายๆ กับการเก็บโคปิก เดี๋ยวมันก็เพิ่มมาเรื่อยๆ

และอย่าลืมว่า “Artists don’t need so many shades, They create their own.”

ศิลปินไม่ต้องการเฉดสีที่มากมายนักหรอก แต่พวกเขาจะสร้างมันขึ้นมาเอง

ภาพและข้อมูลจาก : http://www.bbblogr.com/how-to-draw-1/

ใส่ความเห็น