พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

ประวัติการก่อตั้ง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นอาคารโรงกษาปณ์ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกยุคฟื้นฟูวิทยาการ สำหรับเป็นโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ เมื่อมีการพัฒนาเครื่องจักรที่ใหญ่โตขึ้นในเวลาต่อมา จึงย้ายที่ทำการไป ณ โรงกษาปณ์ ปัจจุบันอาคารแห่งนี้จึงร้างลง ครั้นในวาระครบ 100 ปีการพิพิธภัณฑ์ไทย กรมศิลปากรมีโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานด้านศิลปะสมัยใหม่ จึงได้ขอใช้อาคารโรงกษาปณ์เก่านี้เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานศิลปะ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ยินดีมอบอาคารแห่งนี้แก่กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517


กรมศิลปากรได้ดำเนินการซ่อมแซมอาคาร ปรับปรุงภายในให้เหมาะต่อการเป็นพิพิธภัณฑสถานศิลปะ จนแล้วเสร็จและได้มีพิธีเปิดเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2520 มีชื่อในครั้งแรกเปิดนี้ว่า “หอศิลปแห่งชาติ” หลังจากนั้นหอศิลปแห่งชาติก็ได้ปิดลงเพื่อปรับปรุงพื้นที่และจัดแสดงผลงานเพิ่มเติมจนเสร็จสมบูรณ์ และเปลี่ยนชื่อให้ตรงตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2521 ดำเนินงานต่อมาในฐานะฝ่ายหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทั่งในปีพ.ศ. 2538 ได้มีกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากรใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น “หอศิลปแห่งชาติ” และได้รับการขยายหน่วยงานให้เติบโตขึ้นเทียบเท่าส่วน มีผู้บริหารเป็นผู้อำนวยการระดับ 8 ขึ้นตรงต่อสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยมีหน่วยงานย่อยอยู่ในความดูแลอีก 1 แห่ง คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และต่อมาในปี 2541 ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป” เช่นเดิมจนปัจจุบัน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 95 ตอนที่ 18 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521

พื้นที่
อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงกษาปณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ.2445 ต่อมากรมศิลปากรได้ทำการบูรณะและปรับปรุงเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานศิลปะเมื่อพุทธศักราช 2517 และได้ประกาศขึ้นทะเบียนอาคารเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2521
อาคารของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ประกอบด้วย
1. อาคารด้านหน้าทิศตะวันตกมี 2 ชั้น พื้นที่ทั้งหมด 930.50 ตารางเมตร จัดแสดงนิทรรศการถาวรชั้นบนจัดแสดงศิลปะไทยประเพณี ชั้นล่างจัด
แสดงศิลปะร่วมสมัย
2. อาคารด้านทิศใต้มี 2 ชั้น พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 833 ตารางเมตร ชั้นบนจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ชั้นล่างเป็นคลังเก็บศิลปะวัตถุ ร้าน
จำหน่ายหนังสือและของที่ระลึก ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหาร ห้องน้ำ
3. อาคารด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก เป็นอาคารชั้นเดียว มีพื้นที่ทั้งหมด 4,245 ตารางเมตร แบ่งเป็นห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียน 8 ห้อง
4. อาคารมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 475 ตารางเมตร ใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ สำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียนและจัดกิจกรรมทั่วไปตลอด
ทั้งปี
5. อาคารสำนักงาน 2 ชั้น มีพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ตารางเมตร สำหรับเป็นห้องผู้อำนวยการ ห้องฝ่ายวิชาการ ห้องฝ่ายบริการการศึกษา ห้องงาน
ธุรการ ห้องบรรยาย ห้องประชุม ห้องสมุด และห้องรับรอง
6. อาคารเรือนกระจก 2 ชั้น มีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร ใช้เป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการศิลปะและกิจกรรมทางด้านศิลปะสำหรับเด็กและ
เยาวชน

นิทรรศการหมุนเวียน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีแผนการจัดนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปีปีละประมาณ 20 นิทรรศการ โดยจัดแสดงเดือนละ 2-4 เรื่อง ผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานศิลปะทุกประเภทที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการดำเนินงานของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป นับได้ว่าเป็นผลงานที่มีคุณภาพของศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยนำมาจัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1-8 (อาคารชั้นเดียวด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก) อาคารอเนกประสงค์ และอาคารทิศใต้ นอกจากการใช้พื้นที่ในการจัดนิทรรศการแล้วยังมีกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางศิลปะอีกมากมาย ตัวอย่างกิจกรรมได้แก่ การจัดอบรมฝึกทักษะด้านศิลปะแก่เยาวชนการเปิดให้เป็นสถานที่ทัศนศึกษาและการร่วมมือกับองค์กรเอกชน เช่น การจัดเสวนา การจัดแรลลี่ด้านศิลปะ เป็นต้น